คดีเรียกรับเงินวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 650,000 บาท
คดีเรียกรับเงิน 650,000 บาท อ้างช่วยสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ผู้ถูกจับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยังไม่มีคำพิพากษา คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. จับกุมชายวัย 62 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 27 ส.ค. 2569 ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ลงวันที่ 25 ส.ค. 2569 จากข้อกล่าวหาว่าร่วมกับผู้อื่นอ้างมีโควตาช่วยให้สอบบรรจุผ่าน โดยมีผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ในชั้นสอบปากคำวันเดียวกัน ผู้ถูกจับยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด และอ้างว่าบัญชีแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์ของตนถูกปลอมแปลง ขณะนี้ยังไม่มีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล และยังไม่มีผู้ใดมีสถานะเป็นจำเลย
- วันที่เกิดเหตุ
- 27 สิงหาคม 2569
- ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี
- 27 สิงหาคม 2569(วันนี้)
- ทีมงานตรวจสอบล่าสุด
- 27 สิงหาคม 2569
- เหตุการณ์ในไทม์ไลน์
- 2 รายการ
- แหล่งข้อมูล
- 3 ข่าว
ความคืบหน้าของกระบวนการ
เหตุการณ์
ชั้นตำรวจ
อยู่ขั้นนี้
ชั้นอัยการ
ชั้นศาล
อุทธรณ์ / ฎีกา
สิ้นสุด
“แจ้งข้อกล่าวหา” คืออะไร — มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ
แถบด้านบนบอกว่าคดีเดินมาถึงขั้นไหนของกระบวนการ ไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก · คำตัดสินเป็นหน้าที่ของศาล
ไทม์ไลน์คดี
2 เหตุการณ์- แจ้งข้อกล่าวหา
บก.ปปป. จับกุมชายวัย 62 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ กรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมชายวัย 62 ปี อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 (ไทยรัฐระบุเลขหมายจับว่า "ที่56/2569" ส่วนไทยพีบีเอสระบุว่า "จ.56/2569") พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าผู้ถูกจับร่วมกับผู้อื่นแอบอ้างว่ามีโควตาและสามารถช่วยเหลือผู้สมัครให้สอบผ่านการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ โดยผู้กล่าวหาจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รวม 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 650,000 บาท ต่อมาสอบไม่ผ่านการคัดเลือก และเมื่อทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ข้อกล่าวหาคือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 (ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงาน) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 ต่อมาในชั้นสอบปากคำวันเดียวกัน ผู้ถูกจับยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดและปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมอ้างว่าโทรศัพท์มือถือของตนถูกปลอมแปลงบัญชีแอปพลิเคชันไลน์เพื่อนำไปใช้เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ข้อกล่าวหาข้างต้นจึงเป็นเพียงการกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล และยังไม่มีคำพิพากษาของศาลชั้นใด
แหล่งข้อมูล (2)
- ไทยรัฐออนไลน์27 ส.ค. 69เปิดลิงก์ตรวจแล้วบุกจับ "[…]" คนดังศรีสะเกษ เรียกรับเงิน 6.5 แสน วิ่งเต้นสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น(thairath.co.th)บันทึกเข้าระบบ 27 ส.ค. 69
- ไทยพีบีเอส27 ส.ค. 69เปิดลิงก์ตรวจแล้วรวบ "[…]" อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ปมเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น(thaipbs.or.th)บันทึกเข้าระบบ 27 ส.ค. 69
- แจ้งข้อกล่าวหาสถานะล่าสุด
ตำรวจสอบปากคำ ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างบัญชีไลน์ถูกปลอมแปลง
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำในคดีเรียกรับเงิน 650,000 บาท ตามหมายจับที่อนุมัติโดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 (หมายเหตุ: ข่าวสองชิ้นระบุสถานที่สอบปากคำไม่ตรงกัน หน้านี้จึงไม่ระบุสถานที่) ตามข่าว พฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาคือ ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นหญิงได้รับการชักชวนจากผู้ต้องหาหญิงอีกรายหนึ่งซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการ โดยอ้างว่าผู้ต้องหาชายรายนี้มีโควตาและสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ผู้กล่าวหาจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท แต่ภายหลังไม่ผ่านการคัดเลือกและถูกบ่ายเบี่ยงการคืนเงินมาโดยตลอด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดและปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมอ้างว่าโทรศัพท์มือถือของตนถูกปลอมแปลงบัญชีแอปพลิเคชันไลน์เพื่อนำไปใช้เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ส่วนคำให้การต่อศาลจะมีในนัดสอบคำให้การหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ยังไม่มีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ยังไม่มีจำเลย และยังไม่มีคำพิพากษาของศาลชั้นใด
แหล่งข้อมูล (1)
- ไทยพีบีเอส27 ส.ค. 69เปิดลิงก์ตรวจแล้วตร.สอบปากคำ "[…]" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีเรียกรับเงิน(thaipbs.or.th)บันทึกเข้าระบบ 27 ส.ค. 69
ความเป็นมาของคดีกดเพื่ออ่านย่อกลับ
คดีนี้ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมชายวัย 62 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้เลขหมายจับที่สองสำนักข่าวรายงานไม่ตรงกันในรูปแบบการเขียน โดยไทยรัฐระบุว่า "ที่56/2569" ส่วนไทยพีบีเอสระบุว่า "จ.56/2569" หน้านี้จึงบันทึกไว้ทั้งสองแบบ
พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าผู้ถูกจับร่วมกับผู้อื่นแอบอ้างว่ามีโควตาและสามารถช่วยให้ผู้สมัครสอบผ่านการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ โดยผู้กล่าวหาจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท แต่ภายหลังสอบไม่ผ่านการคัดเลือก และเมื่อทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ก่อนจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ ข้อกล่าวหาที่แจ้งคือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175
ด้านผู้ถูกจับ ในชั้นสอบปากคำเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดและปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมอ้างว่าโทรศัพท์มือถือของตนถูกปลอมแปลงบัญชีแอปพลิเคชันไลน์เพื่อนำไปใช้เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปในกระบวนการยุติธรรม
ตามข่าวที่ตรวจสอบได้ คดีนี้ยังมีผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย เป็นหญิงซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ชักชวนผู้กล่าวหาให้สมัครสอบ โดยอ้างว่าผู้ต้องหาชายมีโควตา ทั้งนี้ข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่ระบุว่าบุคคลรายนี้ถูกจับกุมตัวได้แล้วหรือไม่ และยังไม่มีคำชี้แจงจากบุคคลดังกล่าวปรากฏในข่าวที่ตรวจสอบได้
มีจุดที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกันและควรระบุไว้ให้ชัด คือจำนวนผู้เสียหาย ไทยพีบีเอสลงรายละเอียดผู้กล่าวหาในสำนวนนี้เพียง 1 ราย ขณะที่ไทยรัฐรายงานว่ามีผู้หลงเชื่อหลายรายยอมจ่ายเงิน หน้านี้จึงไม่สรุปจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด และรอความชัดเจนจากพนักงานสอบสวน
เรื่องวันที่ต้องแยกให้ชัดเช่นกัน ข่าวทั้งหมดที่ใช้อ้างอิงเผยแพร่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันจับกุมและวันสอบปากคำ ไม่ใช่วันที่เกิดการเรียกรับเงินตามข้อกล่าวหา ข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่มีชิ้นใดระบุว่าการจ่ายเงินทั้ง 3 ครั้งเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่ระบุว่าเป็นการสอบบรรจุปีใด หน้านี้จึงกำหนดวันเริ่มต้นของคดีไว้ที่ 27 สิงหาคม 2569 ในความหมายของวันที่คดีปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น ไม่ใช่วันเกิดเหตุ และไม่ใส่ปีการสอบที่ไม่มีข่าวรองรับ
สถานะทางคดีในขณะนี้ คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ยังไม่มีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล ยังไม่มีผู้ใดมีสถานะเป็นจำเลย และยังไม่มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา คดียังไม่ถึงที่สุด บุคคลที่ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย
ถ้าคุณคือผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในคดีนี้
คุณขอให้แก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ขอเพิ่มคำชี้แจงของฝ่ายคุณลงในหน้านี้ หรือขอให้ปิดบังชื่อได้ เราจะตอบกลับภายใน 7 วัน และดำเนินการภายใน 30 วัน
หน้านี้บันทึกความคืบหน้าของกระบวนการตามที่สื่อรายงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิด · ดูวิธีทำงานของเรา