ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อยู่ระหว่างพิจารณาคดีคดีอ่อนไหว — อ่านว่าแปลว่าอะไร

คดีหุ้น STARK

วันที่เกิดเหตุ
16 มิถุนายน 2566
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี
26 มิถุนายน 2569(3 เดือนที่แล้ว)
ทีมงานตรวจสอบล่าสุด
29 สิงหาคม 2569
เหตุการณ์ในไทม์ไลน์
16 รายการ
แหล่งข้อมูล
17 ข่าว(อ้างอิง 23 ครั้ง)

ความคืบหน้าของกระบวนการ

ตอนนี้อยู่ขั้น ชั้นศาล (ขั้นที่ 4 จาก 6)

“อยู่ระหว่างพิจารณาคดี” คืออะไร — ศาลอยู่ระหว่างสืบพยานและพิจารณาคดี

แถบด้านบนบอกว่าคดีเดินมาถึงขั้นไหนของกระบวนการ ไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก · คำตัดสินเป็นหน้าที่ของศาล

สรุปคดี

เกิดอะไรขึ้น

คดีตกแต่งงบการเงิน STARK จำเลยรายหนึ่งปฏิเสธขอต่อสู้คดี คดีอาญาอยู่ระหว่างสืบพยานที่ศาลอาญา ยังไม่มีคำพิพากษา เรื่องนี้เดินหลายสำนวนขนานกันและอยู่คนละขั้น หน้านี้ใช้ขั้นของสำนวนอาญาหลัก (คดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567) เป็นสถานะรวม ข่าวล่าสุดที่ยืนยันได้ของสายนี้ (19 ม.ค. 2569) ระบุว่าคดีเข้าสู่ชั้นสืบพยานแล้วและต้องพิจารณาขยายวันนัดเพราะพยานเอกสารมีจำนวนมาก · คดีแพ่งแบบกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (พ.1061/2567) เป็นคนละสำนวน คำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจำเลยบุคคลธรรมดา 5 รายยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ซึ่งเป็นการอุทธรณ์คำสั่ง ไม่ใช่คำพิพากษา · สำนวนล้มละลาย: ศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบุคคลรายหนึ่ง (คดีหมายเลขแดงที่ ล.9679/2567 เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 3,417 ราย รวมยอดหนี้ 131,482,505,107.93 บาท) · สายกำกับดูแล: ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีรายหนึ่งต่อ DSI ตามข่าวที่เผยแพร่ 31 มี.ค. 2569 · ฝ่ายที่ถูกกล่าวหารายอื่นหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ ทุกฝ่ายยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ตอนนี้อยู่ขั้นไหน
อยู่ระหว่างพิจารณาคดี
ความคืบหน้าล่าสุด
[คดีแพ่งแบบกลุ่ม – หุ้นสามัญ พ.1061/2567] ครบ 3 ปี — คำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจำเลย 5 รายยื่นอุทธรณ์คำสั่ง26 มิถุนายน 2569 (3 เดือนที่แล้ว)
ขั้นตอนต่อไป

ยังไม่มีข้อมูลกำหนดขั้นตอนถัดไปที่ยืนยันได้จากแหล่งข่าว

เหตุการณ์ล่าสุดของคดี: 26 มิถุนายน 2569ทีมงานตรวจข้อมูลล่าสุด: 29 สิงหาคม 2569

ไทม์ไลน์คดี

16 เหตุการณ์

พ.ศ. 2566

  1. เหตุการณ์เกิดขึ้น

    จุดตั้งต้น: STARK ไม่ส่งงบการเงินไตรมาส 1/2566 และวันสิ้นสุดช่วงเวลาความเสียหายที่ปรากฏในคดีแบบกลุ่มภายหลัง

    THE STANDARD (เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567) รายงานว่าจุดเริ่มต้นความเสียหายของคดีคือช่วงที่ STARK มีปัญหาไม่ส่งรายงานงบการเงินไตรมาส 1/2566 จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่หุ้นกู้จะผิดนัดชำระหนี้และการตรวจพบปัญหาทุจริตภายในบริษัท · ข้อสังเกตเรื่องวันที่ (สำคัญ): ทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ว่ามีเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงเกิดขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย. 2566 วันที่ที่ผูกไว้เป็นวันสิ้นสุดช่วงระยะเวลาแห่งความเสียหาย (Class Period) ของคดีแบบกลุ่มหุ้นสามัญ คือ 11 พ.ค. 2564 – 16 มิ.ย. 2566 ซึ่งปรากฏทั้งในข่าว 19 ก.ย. 2567 (ข่าวบรรยายว่าเป็นช่วงที่มีการเผยแพร่งบการเงินเท็จของ STARK ซึ่งเป็นการสรุปตามข้อกล่าวหาฝ่ายโจทก์ ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาล) และในคำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 18 ธ.ค. 2567 ที่กำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นผู้ที่ซื้อหรือขายหุ้น STARK ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเวลาดังกล่าว · การกำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การชี้ว่ามีการกระทำผิดในช่วงเวลานั้น

    3 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    THE STANDARD (เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567) รายงานว่าจุดเริ่มต้นความเสียหายของคดีคือช่วงที่ STARK มีปัญหาไม่ส่งรายงานงบการเงินไตรมาส 1/2566 จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่หุ้นกู้จะผิดนัดชำระหนี้และการตรวจพบปัญหาทุจริตภายในบริษัท · ข้อสังเกตเรื่องวันที่ (สำคัญ): ทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ว่ามีเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงเกิดขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย. 2566 วันที่ที่ผูกไว้เป็นวันสิ้นสุดช่วงระยะเวลาแห่งความเสียหาย (Class Period) ของคดีแบบกลุ่มหุ้นสามัญ คือ 11 พ.ค. 2564 – 16 มิ.ย. 2566 ซึ่งปรากฏทั้งในข่าว 19 ก.ย. 2567 (ข่าวบรรยายว่าเป็นช่วงที่มีการเผยแพร่งบการเงินเท็จของ STARK ซึ่งเป็นการสรุปตามข้อกล่าวหาฝ่ายโจทก์ ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาล) และในคำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 18 ธ.ค. 2567 ที่กำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นผู้ที่ซื้อหรือขายหุ้น STARK ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเวลาดังกล่าว · การกำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การชี้ว่ามีการกระทำผิดในช่วงเวลานั้น

พ.ศ. 2567

  1. ศาลรับฟ้อง

    [คดีอาญา สำนวน อ.441/2567] ศาลประทับรับฟ้องจำเลยรายหนึ่ง — จำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

    หลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.441/2567 ข่าวระบุข้อกล่าวหา เช่น เป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทกระทำโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนหรือปกปิดความจริง และทำให้เสียหาย เปลี่ยนแปลง หรือปลอมบัญชีเอกสารของบริษัท ตามกฎหมายหลักทรัพย์และประมวลกฎหมายอาญา · วันเดียวกันศาลสอบคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 มิ.ย. 2567 · จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลเห็นว่าคดีมีลักษณะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ก่อความเสียหายต่อประชาชน และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก จึงไม่อนุญาต · ทีมงานยืนยันชื่อศาลจากข่าวชิ้นที่รายงานวันนั้นไม่ได้ ชื่อศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) อ้างจากรายงาน HOONSMART ที่แนบเป็นแหล่งที่สอง ซึ่งระบุว่าคดี อ.441/2567 อยู่ที่ศาลอาญา

    2 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    หลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.441/2567 ข่าวระบุข้อกล่าวหา เช่น เป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทกระทำโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนหรือปกปิดความจริง และทำให้เสียหาย เปลี่ยนแปลง หรือปลอมบัญชีเอกสารของบริษัท ตามกฎหมายหลักทรัพย์และประมวลกฎหมายอาญา · วันเดียวกันศาลสอบคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 มิ.ย. 2567 · จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลเห็นว่าคดีมีลักษณะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ก่อความเสียหายต่อประชาชน และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก จึงไม่อนุญาต · ทีมงานยืนยันชื่อศาลจากข่าวชิ้นที่รายงานวันนั้นไม่ได้ ชื่อศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) อ้างจากรายงาน HOONSMART ที่แนบเป็นแหล่งที่สอง ซึ่งระบุว่าคดี อ.441/2567 อยู่ที่ศาลอาญา

  2. ศาลรับฟ้อง

    [คดีแพ่งแบบกลุ่ม – หุ้นกู้ พ.1527/2566] ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ผู้เสียหายหุ้นกู้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม

    ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.1527/2566 อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ยื่นฟ้องมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และศาลนัดไต่สวน 3 ครั้งจนนำไปสู่คำสั่งนี้ · ข่าวระบุว่าคดีมีผู้เสียหายจากหุ้นกู้กว่า 4,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 9 พันล้านบาท จากหุ้นกู้ 5 ชุด และยื่นฟ้องผู้บริหาร STARK 5 ราย · ข่าวระบุด้วยว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหรือจำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วัน และคาดว่าหากคดีเข้าสู่การพิจารณาครบทุกชั้นศาลจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี · คำสั่งนี้เป็นเพียงการอนุญาตรูปแบบการดำเนินคดี ยังไม่ใช่การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิด และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของฝ่ายจำเลยลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ · สำนวนนี้เป็นคนละสำนวนกับคดีแบบกลุ่มหุ้นสามัญ (พ.1061/2567) และคนละสำนวนกับสายคดีอาญา · ทีมงานยังหาข่าวที่เปิดอ่านได้ซึ่งรายงานความคืบหน้าหลัง 21 มี.ค. 2567 ไม่ได้ จึงยังไม่ทราบว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งหรือไม่

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.1527/2566 อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ยื่นฟ้องมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และศาลนัดไต่สวน 3 ครั้งจนนำไปสู่คำสั่งนี้ · ข่าวระบุว่าคดีมีผู้เสียหายจากหุ้นกู้กว่า 4,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 9 พันล้านบาท จากหุ้นกู้ 5 ชุด และยื่นฟ้องผู้บริหาร STARK 5 ราย · ข่าวระบุด้วยว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหรือจำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วัน และคาดว่าหากคดีเข้าสู่การพิจารณาครบทุกชั้นศาลจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี · คำสั่งนี้เป็นเพียงการอนุญาตรูปแบบการดำเนินคดี ยังไม่ใช่การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิด และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของฝ่ายจำเลยลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ · สำนวนนี้เป็นคนละสำนวนกับคดีแบบกลุ่มหุ้นสามัญ (พ.1061/2567) และคนละสำนวนกับสายคดีอาญา · ทีมงานยังหาข่าวที่เปิดอ่านได้ซึ่งรายงานความคืบหน้าหลัง 21 มี.ค. 2567 ไม่ได้ จึงยังไม่ทราบว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งหรือไม่

  3. ศาลรับฟ้อง

    [คดีอาญา สำนวนหลัก อ.90/2567] ศาลอาญารวมสำนวนคดีอาญา 3 คดี และอนุญาตให้ บลจ. 7 แห่งเข้าเป็นโจทก์ร่วม

    ศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) นัดพร้อมประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐาน มีคำสั่งอนุญาตให้รวมการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.433/2567 และ อ.441/2567 เข้ากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.90/2567 โดยให้ถือ อ.90/2567 เป็นสำนวนหลัก จากนั้นศาลอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้ง 7 แห่ง (ผ่านสมาคมบริษัทจัดการลงทุน) เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาทั้ง 3 คดี ใน 8 ฐานความผิด และนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 14 ม.ค. 2568 · ฝ่ายโจทก์กล่าวอ้างว่า บลจ. ทั้ง 7 ลงทุนใน STARK ผ่านการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement – PP) แล้วเงินเพิ่มทุนถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ — เป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายโจทก์ ยังไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาล · หมายเหตุเรื่องวันที่: วันที่ของเหตุการณ์คือวันที่ศาลมีคำสั่งตามที่ข่าวระบุ (10 มิ.ย. 2567) ไม่ใช่วันเผยแพร่ข่าว (12 มิ.ย. 2567) · เลข อ.90/2567 ที่หน้านี้ใช้เรียกสำนวนหลักมาจากข่าวชิ้นนี้ สอดคล้องกับกรุงเทพธุรกิจ 29 ต.ค. 2568 ซึ่งระบุเลขคดีเดียวกัน

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) นัดพร้อมประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐาน มีคำสั่งอนุญาตให้รวมการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.433/2567 และ อ.441/2567 เข้ากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.90/2567 โดยให้ถือ อ.90/2567 เป็นสำนวนหลัก จากนั้นศาลอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้ง 7 แห่ง (ผ่านสมาคมบริษัทจัดการลงทุน) เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาทั้ง 3 คดี ใน 8 ฐานความผิด และนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 14 ม.ค. 2568 · ฝ่ายโจทก์กล่าวอ้างว่า บลจ. ทั้ง 7 ลงทุนใน STARK ผ่านการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement – PP) แล้วเงินเพิ่มทุนถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ — เป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายโจทก์ ยังไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาล · หมายเหตุเรื่องวันที่: วันที่ของเหตุการณ์คือวันที่ศาลมีคำสั่งตามที่ข่าวระบุ (10 มิ.ย. 2567) ไม่ใช่วันเผยแพร่ข่าว (12 มิ.ย. 2567) · เลข อ.90/2567 ที่หน้านี้ใช้เรียกสำนวนหลักมาจากข่าวชิ้นนี้ สอดคล้องกับกรุงเทพธุรกิจ 29 ต.ค. 2568 ซึ่งระบุเลขคดีเดียวกัน

  4. อยู่ระหว่างสอบสวน

    [คดีอาญา – ชั้นรับตัวผู้ต้องหา] ข่าวรายงานว่า DSI ส่งทีมไปรับตัวผู้ต้องหารายหนึ่งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดถึงไทย 23 มิ.ย. 2567

    THE STANDARD รายงานว่า DSI ส่งทีมไปรับตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังประสานกับทางการประเทศต้นทาง โดยข่าวคาดว่าจะเดินทางกลับถึงไทยวันที่ 23 มิ.ย. 2567 และจะส่งฟ้องวันที่ 24 มิ.ย. 2567 พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี · หมายเหตุเรื่องวันที่ (สำคัญ): วันที่ผูกไว้คือวันที่ข่าวเผยแพร่และรายงานปฏิบัติการ (22 มิ.ย. 2567) การเดินทางกลับและการส่งฟ้องยังเป็นเพียงสิ่งที่ข่าวคาดว่าจะเกิด ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดแล้ว ณ วันรายงาน · ข้อกล่าวหาที่ข่าวระบุคือกลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลงข้อความอันเป็นเท็จในบัญชีและงบการเงิน แล้วนำงบที่ตกแต่งไปใช้เสนอขายหุ้นกู้แก่ประชาชน 3 ชุด ปี 2564-2565 รวม 9,198 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงปี 2565 อีก 5,580 ล้านบาท · ณ เวลานั้นบุคคลดังกล่าวมีสถานะผู้ต้องหา ยังไม่ใช่จำเลย ยังไม่มีคำพิพากษา และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของผู้ต้องหาหรือทนายความลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    THE STANDARD รายงานว่า DSI ส่งทีมไปรับตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังประสานกับทางการประเทศต้นทาง โดยข่าวคาดว่าจะเดินทางกลับถึงไทยวันที่ 23 มิ.ย. 2567 และจะส่งฟ้องวันที่ 24 มิ.ย. 2567 พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี · หมายเหตุเรื่องวันที่ (สำคัญ): วันที่ผูกไว้คือวันที่ข่าวเผยแพร่และรายงานปฏิบัติการ (22 มิ.ย. 2567) การเดินทางกลับและการส่งฟ้องยังเป็นเพียงสิ่งที่ข่าวคาดว่าจะเกิด ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดแล้ว ณ วันรายงาน · ข้อกล่าวหาที่ข่าวระบุคือกลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลงข้อความอันเป็นเท็จในบัญชีและงบการเงิน แล้วนำงบที่ตกแต่งไปใช้เสนอขายหุ้นกู้แก่ประชาชน 3 ชุด ปี 2564-2565 รวม 9,198 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงปี 2565 อีก 5,580 ล้านบาท · ณ เวลานั้นบุคคลดังกล่าวมีสถานะผู้ต้องหา ยังไม่ใช่จำเลย ยังไม่มีคำพิพากษา และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของผู้ต้องหาหรือทนายความลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้

  5. อัยการสั่งฟ้อง

    [คดีอาญา สำนวน อ.1931/2567] อัยการยื่นฟ้องอดีตกรรมการรายหนึ่งต่อศาลอาญา — คำสั่งอายัดทรัพย์ยังมีผลต่อไป

    ก.ล.ต. แจ้งว่าพนักงานอัยการยื่นฟ้องอดีตกรรมการ STARK รายหนึ่งต่อศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1931/2567 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ในกรณีที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคลรวม 10 รายต่อ DSI เรื่องการตกแต่งงบการเงิน การเปิดเผยข้อความอันเป็นเท็จในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และการกระทำโดยทุจริตหลอกลวง · ผลของการยื่นฟ้องทำให้ระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของจำเลยขยายออกไปจนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 267 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 · หมายเหตุเรื่องวันที่: วันที่ของเหตุการณ์คือวันยื่นฟ้องตามที่ข่าวระบุ (24 มิ.ย. 2567) ไม่ใช่วันเผยแพร่ข่าว (27-28 มิ.ย. 2567) · การยื่นฟ้องเป็นการเริ่มคดีในศาลชั้นต้น ยังไม่ใช่คำพิพากษา การอายัดทรัพย์เป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่การชี้ว่ากระทำผิด · ทีมงานยังหาคำให้การรับหรือปฏิเสธของจำเลย รวมถึงคำชี้แจงจากฝ่ายจำเลย มาจากข่าวทั้งสองชิ้นไม่ได้ หน้านี้จึงยังไม่มีลงไว้

    2 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ก.ล.ต. แจ้งว่าพนักงานอัยการยื่นฟ้องอดีตกรรมการ STARK รายหนึ่งต่อศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1931/2567 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ในกรณีที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคลรวม 10 รายต่อ DSI เรื่องการตกแต่งงบการเงิน การเปิดเผยข้อความอันเป็นเท็จในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และการกระทำโดยทุจริตหลอกลวง · ผลของการยื่นฟ้องทำให้ระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของจำเลยขยายออกไปจนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 267 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 · หมายเหตุเรื่องวันที่: วันที่ของเหตุการณ์คือวันยื่นฟ้องตามที่ข่าวระบุ (24 มิ.ย. 2567) ไม่ใช่วันเผยแพร่ข่าว (27-28 มิ.ย. 2567) · การยื่นฟ้องเป็นการเริ่มคดีในศาลชั้นต้น ยังไม่ใช่คำพิพากษา การอายัดทรัพย์เป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่การชี้ว่ากระทำผิด · ทีมงานยังหาคำให้การรับหรือปฏิเสธของจำเลย รวมถึงคำชี้แจงจากฝ่ายจำเลย มาจากข่าวทั้งสองชิ้นไม่ได้ หน้านี้จึงยังไม่มีลงไว้

  6. ศาลรับฟ้อง

    [คดีอาญา คดีพิเศษ 57/2566] กระทรวงยุติธรรม-DSI-ปปง. แถลงความเสียหาย 14,778 ล้านบาท อัยการมีคำสั่งฟ้อง 11 ราย

    กระทรวงยุติธรรม DSI และ ปปง. แถลงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 57/2566 ว่า DSI ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อ 8 ธ.ค. 2566 และอัยการมีคำสั่งฟ้องรวม 11 ราย เป็นบุคคลธรรมดา 6 ราย นิติบุคคล 5 แห่ง ขณะแถลงยื่นฟ้องต่อศาลอาญาครบแล้ว ความเสียหายรวม 14,778 ล้านบาท (หุ้นกู้ 9,198 ล้านบาท หุ้นเพิ่มทุน 5,580 ล้านบาท) DSI และ ปปง. ยึด/อายัดทรัพย์สินแล้วประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และ ก.ล.ต. ยื่นคำร้องจนศาลอาญาสั่งยึด/อายัดทรัพย์ของบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกส่วน ศาลนัดพิจารณานัดแรก 14 ม.ค. 2568 นัดสุดท้ายเดือน ธ.ค. 2568 · ข่าวระบุว่าผู้ต้องหาทุกรายถูกควบคุมตัวในเรือนจำระหว่างรอพิจารณา ซึ่งโดยสภาพย่อมหมายถึงบุคคลธรรมดา 6 ราย เพราะนิติบุคคลไม่อาจถูกควบคุมตัวได้ · DSI ยังดำเนินคดีฐานฟอกเงินกรณีโอน/รับโอนทรัพย์สิน เป็นคดีพิเศษที่ 32/2567 คนละสำนวน · ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขที่หน่วยงานแถลง ณ วันนั้น · ข่าวปิดนามสกุลผู้ถูกฟ้อง หน้านี้จึงไม่ผูกรายชื่อนี้กับบุคคลในข่าวชิ้นอื่น

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    กระทรวงยุติธรรม DSI และ ปปง. แถลงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 57/2566 ว่า DSI ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อ 8 ธ.ค. 2566 และอัยการมีคำสั่งฟ้องรวม 11 ราย เป็นบุคคลธรรมดา 6 ราย นิติบุคคล 5 แห่ง ขณะแถลงยื่นฟ้องต่อศาลอาญาครบแล้ว ความเสียหายรวม 14,778 ล้านบาท (หุ้นกู้ 9,198 ล้านบาท หุ้นเพิ่มทุน 5,580 ล้านบาท) DSI และ ปปง. ยึด/อายัดทรัพย์สินแล้วประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และ ก.ล.ต. ยื่นคำร้องจนศาลอาญาสั่งยึด/อายัดทรัพย์ของบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกส่วน ศาลนัดพิจารณานัดแรก 14 ม.ค. 2568 นัดสุดท้ายเดือน ธ.ค. 2568 · ข่าวระบุว่าผู้ต้องหาทุกรายถูกควบคุมตัวในเรือนจำระหว่างรอพิจารณา ซึ่งโดยสภาพย่อมหมายถึงบุคคลธรรมดา 6 ราย เพราะนิติบุคคลไม่อาจถูกควบคุมตัวได้ · DSI ยังดำเนินคดีฐานฟอกเงินกรณีโอน/รับโอนทรัพย์สิน เป็นคดีพิเศษที่ 32/2567 คนละสำนวน · ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขที่หน่วยงานแถลง ณ วันนั้น · ข่าวปิดนามสกุลผู้ถูกฟ้อง หน้านี้จึงไม่ผูกรายชื่อนี้กับบุคคลในข่าวชิ้นอื่น

  7. แจ้งข้อกล่าวหา

    [คดีอาญาฟอกเงิน คดีพิเศษ 32/2567] ข่าวรายงานว่า DSI ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่ม 5 ราย ให้มารับทราบข้อกล่าวหา 20-22 ส.ค. 2567

    DSI ออกแถลงการณ์ว่ารักษาการอธิบดีสั่งการให้กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงินออกหมายเรียกผู้ต้องหา 5 ราย ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฟอกเงิน ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. 2567 ในคดีพิเศษที่ 32/2567 พร้อมแจ้งข้อมูลไปยัง ปปง. เพื่อติดตามทรัพย์สินต่อไป · หมายเหตุเรื่องวันที่ (สำคัญ): วันที่ผูกไว้คือวันที่ข่าวเผยแพร่ (15 ส.ค. 2567) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่า DSI ออกหมายเรียกวันใด · ข้อความที่ยืนยันได้บรรยายความสัมพันธ์ของทั้ง 5 รายว่าเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลรายหนึ่ง และบางส่วนเป็นพนักงานบริษัทซึ่งรับโอนเงินจากบุคคลรายนั้น — หน้านี้ไม่นำข้อหาฟอกเงินไปผูกกับบุคคลที่ถูกอ้างถึง เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ว่าบุคคลดังกล่าวถูกแจ้งข้อหานี้ด้วย และการเป็นคนใกล้ชิดผู้ต้องหาไม่เท่ากับการถูกกล่าวหา หน้านี้จึงไม่เขียนเรื่องข้อหาฟอกเงินไว้ในข้อมูลของคู่ความรายใดเลย · ข่าวเป็นการรายงานประกาศของ DSI ฝ่ายเดียว และยังไม่มีการฟ้องศาลในสำนวนนี้

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    DSI ออกแถลงการณ์ว่ารักษาการอธิบดีสั่งการให้กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงินออกหมายเรียกผู้ต้องหา 5 ราย ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฟอกเงิน ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. 2567 ในคดีพิเศษที่ 32/2567 พร้อมแจ้งข้อมูลไปยัง ปปง. เพื่อติดตามทรัพย์สินต่อไป · หมายเหตุเรื่องวันที่ (สำคัญ): วันที่ผูกไว้คือวันที่ข่าวเผยแพร่ (15 ส.ค. 2567) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่า DSI ออกหมายเรียกวันใด · ข้อความที่ยืนยันได้บรรยายความสัมพันธ์ของทั้ง 5 รายว่าเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลรายหนึ่ง และบางส่วนเป็นพนักงานบริษัทซึ่งรับโอนเงินจากบุคคลรายนั้น — หน้านี้ไม่นำข้อหาฟอกเงินไปผูกกับบุคคลที่ถูกอ้างถึง เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ว่าบุคคลดังกล่าวถูกแจ้งข้อหานี้ด้วย และการเป็นคนใกล้ชิดผู้ต้องหาไม่เท่ากับการถูกกล่าวหา หน้านี้จึงไม่เขียนเรื่องข้อหาฟอกเงินไว้ในข้อมูลของคู่ความรายใดเลย · ข่าวเป็นการรายงานประกาศของ DSI ฝ่ายเดียว และยังไม่มีการฟ้องศาลในสำนวนนี้

  8. รับแจ้งความ

    [สายกำกับดูแล – ก.ล.ต.] ข่าวรายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการ-ผู้บริหาร รวม 5 ราย ต่อ DSI ฐานเผยแพร่ข้อความเท็จ

    ข่าวรายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมอดีตกรรมการและผู้บริหาร รวม 5 ราย ต่อ DSI ในข้อกล่าวหาเผยแพร่ข้อความเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน 2 กรณี คือการเปิดเผยสารสนเทศเรื่องการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) 5,580 ล้านบาท และการเปิดเผยสารสนเทศเรื่องโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่ง ก.ล.ต. กล่าวหาว่า STARK ไม่ได้มีกำไรสะสมและสภาพคล่องเพียงพอที่จะจัดทำโครงการตามที่เปิดเผย ข้อความที่เผยแพร่จึงเป็นการเผยแพร่ข้อความเท็จ — ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาของ ก.ล.ต. ยังไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาล · ก.ล.ต. แจ้งการดำเนินคดีต่อ ปปง. ด้วย เพราะเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (18 ก.ย. 2567) ทีมงานยังยืนยันวันที่กล่าวโทษจากตัวข่าวไม่ได้ · การกล่าวโทษชุดนี้ (5 ราย) เป็นคนละชุดกับชุด 10 รายกรณีตกแต่งงบการเงินที่นำไปสู่การฟ้องคดีดำ อ.1931/2567

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ข่าวรายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมอดีตกรรมการและผู้บริหาร รวม 5 ราย ต่อ DSI ในข้อกล่าวหาเผยแพร่ข้อความเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน 2 กรณี คือการเปิดเผยสารสนเทศเรื่องการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) 5,580 ล้านบาท และการเปิดเผยสารสนเทศเรื่องโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่ง ก.ล.ต. กล่าวหาว่า STARK ไม่ได้มีกำไรสะสมและสภาพคล่องเพียงพอที่จะจัดทำโครงการตามที่เปิดเผย ข้อความที่เผยแพร่จึงเป็นการเผยแพร่ข้อความเท็จ — ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาของ ก.ล.ต. ยังไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาล · ก.ล.ต. แจ้งการดำเนินคดีต่อ ปปง. ด้วย เพราะเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (18 ก.ย. 2567) ทีมงานยังยืนยันวันที่กล่าวโทษจากตัวข่าวไม่ได้ · การกล่าวโทษชุดนี้ (5 ราย) เป็นคนละชุดกับชุด 10 รายกรณีตกแต่งงบการเงินที่นำไปสู่การฟ้องคดีดำ อ.1931/2567

    แหล่งข้อมูล (1)· เปิดลิงก์ตรวจแล้วทุกแหล่ง

  9. ศาลรับคำร้องไว้พิจารณา

    [คดีแพ่งแบบกลุ่ม – หุ้นสามัญ พ.1061/2567] สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแจ้งความคืบหน้า — ลงทะเบียนรอบแรก 1,759 ราย ศาลนัดไต่สวน 6-8 พ.ย. 2567

    สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแถลงความคืบหน้าคดีแบบกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ ครั้งที่ 1/2567 ว่าเมื่อ 6 มิ.ย. 2567 โจทก์ตัวแทนผู้เสียหายยื่นฟ้อง STARK บริษัทในเครือ และกรรมการที่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด รวม 10 ราย เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (ศาลชั้นต้น) · การลงทะเบียนผู้เสียหายรอบที่ 1 (ผู้ลงทุนระหว่าง 19-25 มิ.ย. 2566) มีผู้ลงทะเบียน 1,759 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 4,039 ล้านบาท และรอบที่ 2 (ผู้ลงทุนระหว่าง 17-30 เม.ย. 2567) มีอีก 1,207 ราย — ทีมงานยังหาข้อความที่ผูกมูลค่าความเสียหายกับรอบที่ 2 ไม่ได้ จึงแสดงตัวเลขแยกรายรอบ ไม่รวมเป็นยอดเดียว · ศาลนัดสืบพยานชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มวันที่ 6-8 พ.ย. 2567 ซึ่งเป็นการไต่สวนว่าจะอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่ ไม่ใช่การสืบพยานเนื้อหาคดี · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เนื้อหาถ่ายทอดแถลงการณ์ของสมาคมฯ ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนโจทก์ ตัวเลขและข้อกล่าวอ้างยังต้องผ่านการพิจารณาของศาล

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแถลงความคืบหน้าคดีแบบกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ ครั้งที่ 1/2567 ว่าเมื่อ 6 มิ.ย. 2567 โจทก์ตัวแทนผู้เสียหายยื่นฟ้อง STARK บริษัทในเครือ และกรรมการที่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด รวม 10 ราย เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (ศาลชั้นต้น) · การลงทะเบียนผู้เสียหายรอบที่ 1 (ผู้ลงทุนระหว่าง 19-25 มิ.ย. 2566) มีผู้ลงทะเบียน 1,759 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 4,039 ล้านบาท และรอบที่ 2 (ผู้ลงทุนระหว่าง 17-30 เม.ย. 2567) มีอีก 1,207 ราย — ทีมงานยังหาข้อความที่ผูกมูลค่าความเสียหายกับรอบที่ 2 ไม่ได้ จึงแสดงตัวเลขแยกรายรอบ ไม่รวมเป็นยอดเดียว · ศาลนัดสืบพยานชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มวันที่ 6-8 พ.ย. 2567 ซึ่งเป็นการไต่สวนว่าจะอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่ ไม่ใช่การสืบพยานเนื้อหาคดี · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เนื้อหาถ่ายทอดแถลงการณ์ของสมาคมฯ ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนโจทก์ ตัวเลขและข้อกล่าวอ้างยังต้องผ่านการพิจารณาของศาล

  10. ศาลรับฟ้อง

    [คดีแพ่งแบบกลุ่ม – หุ้นสามัญ พ.1061/2567] ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม — คดีหุ้นสามัญคดีแรกของไทย

    เวลา 09.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 611 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (ศาลชั้นต้น) มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 อนุญาตให้โจทก์ทั้งห้าดำเนินคดีแบบกลุ่ม และกำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นกลุ่มบุคคลที่ซื้อหรือขายหุ้นของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงเวลาตั้งแต่ 11 พ.ค. 2564 ถึง 16 มิ.ย. 2566 นับเป็นคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นสามัญคดีแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับแต่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่มตั้งแต่ปี 2558 · ข่าวทั้งสองชิ้นระบุตรงกันว่าจำเลยในคดียังมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลดังกล่าวได้ · คำสั่งนี้เป็นเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิด และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของฝ่ายจำเลย ณ วันดังกล่าวลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้

    2 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    เวลา 09.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 611 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (ศาลชั้นต้น) มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 อนุญาตให้โจทก์ทั้งห้าดำเนินคดีแบบกลุ่ม และกำหนดขอบเขตสมาชิกกลุ่มเป็นกลุ่มบุคคลที่ซื้อหรือขายหุ้นของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงเวลาตั้งแต่ 11 พ.ค. 2564 ถึง 16 มิ.ย. 2566 นับเป็นคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นสามัญคดีแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับแต่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่มตั้งแต่ปี 2558 · ข่าวทั้งสองชิ้นระบุตรงกันว่าจำเลยในคดียังมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลดังกล่าวได้ · คำสั่งนี้เป็นเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิด และหน้านี้ยังไม่มีคำชี้แจงของฝ่ายจำเลย ณ วันดังกล่าวลงไว้ เพราะทีมงานยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้

พ.ศ. 2568

  1. อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

    [คดีอาญา สำนวนหลัก อ.90/2567] ข่าวรายงานว่าคดีที่ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยาน — ยังไม่มีคำพิพากษา

    กรุงเทพธุรกิจรายงานสถานะสายคดีอาญาว่า คดีของศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องบุคคลรายหนึ่งกับพวกเป็นจำเลย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบพยาน โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนล้มละลายได้ยื่นคำให้การชี้แจงต่อศาลอาญาว่าจำเลยรายนั้นถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและอยู่ระหว่างกระบวนการล้มละลาย และขอให้ศาลอาญาดำเนินคดีกับจำเลยรายนั้นต่อไป · เลขคดี อ.90/2567 ในบทความชิ้นนี้ตรงกับรายงานของ HOONSMART 12 มิ.ย. 2567 ที่ระบุว่าศาลอาญาให้ถือสำนวนดังกล่าวเป็นสำนวนหลัก · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (29 ต.ค. 2568 ตามหน้ารวมข่าวแท็ก STARK — ดูหมายเหตุท้ายหน้า) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าการสืบพยานเริ่มต้นเมื่อใด · ข่าวชิ้นนี้รายงานผลการประชุมเจ้าหนี้และคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นฝ่ายในสำนวนล้มละลาย และเป็นแหล่งข่าวชิ้นเดียวของเหตุการณ์นี้

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    กรุงเทพธุรกิจรายงานสถานะสายคดีอาญาว่า คดีของศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องบุคคลรายหนึ่งกับพวกเป็นจำเลย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบพยาน โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนล้มละลายได้ยื่นคำให้การชี้แจงต่อศาลอาญาว่าจำเลยรายนั้นถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและอยู่ระหว่างกระบวนการล้มละลาย และขอให้ศาลอาญาดำเนินคดีกับจำเลยรายนั้นต่อไป · เลขคดี อ.90/2567 ในบทความชิ้นนี้ตรงกับรายงานของ HOONSMART 12 มิ.ย. 2567 ที่ระบุว่าศาลอาญาให้ถือสำนวนดังกล่าวเป็นสำนวนหลัก · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (29 ต.ค. 2568 ตามหน้ารวมข่าวแท็ก STARK — ดูหมายเหตุท้ายหน้า) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าการสืบพยานเริ่มต้นเมื่อใด · ข่าวชิ้นนี้รายงานผลการประชุมเจ้าหนี้และคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นฝ่ายในสำนวนล้มละลาย และเป็นแหล่งข่าวชิ้นเดียวของเหตุการณ์นี้

    แหล่งข้อมูล (1)· เปิดลิงก์ตรวจแล้วทุกแหล่ง

  2. อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

    [สำนวนล้มละลาย คดีแดง ล.9679/2567] ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบุคคลรายหนึ่ง — เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 3,417 ราย รวมกว่า 1.31 แสนล้านบาท

    กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าบุคคลรายหนึ่งซึ่งเป็นจำเลยรายหนึ่งในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล.9679/2567 · ในการประชุมเจ้าหนี้ มีเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 3,417 ราย รวมยอดหนี้ทั้งหมดเท่ากับ 131,482,505,107.93 บาท และลูกหนี้ไม่ประสงค์ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงเตรียมเสนอศาลให้มีคำพิพากษาให้ล้มละลายต่อไป · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (29 ต.ค. 2568) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดวันใด และวันประชุมเจ้าหนี้คือวันใด · คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นเรื่องหนี้สินทางแพ่ง ไม่ใช่คำพิพากษาว่ากระทำผิดอาญา และยังไม่มีคำพิพากษาให้ล้มละลาย · ยอดหนี้เป็นยอดที่เจ้าหนี้ยื่นเข้ามา ยังไม่ใช่ยอดที่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วินิจฉัยว่าต้องชำระ · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เนื้อหาหลักมาจากฝ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าบุคคลรายหนึ่งซึ่งเป็นจำเลยรายหนึ่งในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล.9679/2567 · ในการประชุมเจ้าหนี้ มีเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 3,417 ราย รวมยอดหนี้ทั้งหมดเท่ากับ 131,482,505,107.93 บาท และลูกหนี้ไม่ประสงค์ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงเตรียมเสนอศาลให้มีคำพิพากษาให้ล้มละลายต่อไป · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (29 ต.ค. 2568) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดวันใด และวันประชุมเจ้าหนี้คือวันใด · คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นเรื่องหนี้สินทางแพ่ง ไม่ใช่คำพิพากษาว่ากระทำผิดอาญา และยังไม่มีคำพิพากษาให้ล้มละลาย · ยอดหนี้เป็นยอดที่เจ้าหนี้ยื่นเข้ามา ยังไม่ใช่ยอดที่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วินิจฉัยว่าต้องชำระ · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เนื้อหาหลักมาจากฝ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้

    แหล่งข้อมูล (1)· เปิดลิงก์ตรวจแล้วทุกแหล่ง

พ.ศ. 2569

  1. อยู่ระหว่างพิจารณาคดีสถานะล่าสุด

    [คดีอาญา สายพนักงานอัยการเป็นโจทก์] ข่าวรายงานว่าคดีเข้าสู่ชั้นสืบพยานแล้ว และต้องพิจารณาขยายวันนัดสืบพยาน เพราะพยานเอกสารมีจำนวนมาก

    กรุงเทพธุรกิจรายงานความคืบหน้าโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอัยการว่า คดีได้เข้าสู่ชั้นสืบพยานแล้ว และเนื่องจากคดีมีพยานเอกสารจำนวนมาก กำหนดวันนัดสืบพยานที่วางไว้เดิมอาจไม่เพียงพอ จึงต้องพิจารณาขยายวันนัดหรือกำหนดวันสืบพยานเพิ่มเติม · ข่าวระบุว่ามีการเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวมประมาณ 11 ราย ซึ่งในชั้นอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามที่เสนอ และกระบวนการลำดับถัดไปคือศาลจะเข้าสู่การพิจารณาและมีคำพิพากษา — ยืนยันว่า ณ ม.ค. 2569 ยังไม่มีคำพิพากษา · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (19 ม.ค. 2569 — ที่มาของวันดูหมายเหตุท้ายหน้า) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าอัยการยื่นขอขยายวันนัดหรือศาลมีคำสั่งวันใด และยังยืนยันชื่อศาลกับเลขคดีดำจากบทความชิ้นนี้ไม่ได้ จึงไม่เติมชื่อศาล (ดูเหตุการณ์ 29 ต.ค. 2568) · บทความเขียนชื่อหน่วยงานอัยการ 2 แบบ ดูข้อมูลคู่ความพนักงานอัยการ · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เป็นคำสัมภาษณ์ฝ่ายโจทก์ · เป็นข่าวสายคดีอาญาชิ้นล่าสุดที่ทีมงานเปิดอ่านได้

    1 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    กรุงเทพธุรกิจรายงานความคืบหน้าโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอัยการว่า คดีได้เข้าสู่ชั้นสืบพยานแล้ว และเนื่องจากคดีมีพยานเอกสารจำนวนมาก กำหนดวันนัดสืบพยานที่วางไว้เดิมอาจไม่เพียงพอ จึงต้องพิจารณาขยายวันนัดหรือกำหนดวันสืบพยานเพิ่มเติม · ข่าวระบุว่ามีการเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวมประมาณ 11 ราย ซึ่งในชั้นอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามที่เสนอ และกระบวนการลำดับถัดไปคือศาลจะเข้าสู่การพิจารณาและมีคำพิพากษา — ยืนยันว่า ณ ม.ค. 2569 ยังไม่มีคำพิพากษา · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าว (19 ม.ค. 2569 — ที่มาของวันดูหมายเหตุท้ายหน้า) ทีมงานยังยืนยันไม่ได้ว่าอัยการยื่นขอขยายวันนัดหรือศาลมีคำสั่งวันใด และยังยืนยันชื่อศาลกับเลขคดีดำจากบทความชิ้นนี้ไม่ได้ จึงไม่เติมชื่อศาล (ดูเหตุการณ์ 29 ต.ค. 2568) · บทความเขียนชื่อหน่วยงานอัยการ 2 แบบ ดูข้อมูลคู่ความพนักงานอัยการ · เหตุการณ์นี้มีแหล่งเดียว เป็นคำสัมภาษณ์ฝ่ายโจทก์ · เป็นข่าวสายคดีอาญาชิ้นล่าสุดที่ทีมงานเปิดอ่านได้

    แหล่งข้อมูล (1)· เปิดลิงก์ตรวจแล้วทุกแหล่ง

  2. รับแจ้งความ

    [สายกำกับดูแล – ก.ล.ต.] ข่าวรายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีรายหนึ่งสังกัดดีลอยท์ต่อ DSI พร้อมมาตรการเรื่องความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน 6 ปี

    กรุงเทพธุรกิจ (31 มี.ค. 2569) และ THE STANDARD (1 เม.ย. 2569) รายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีในตลาดทุนรายหนึ่ง สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด ต่อ DSI โดยระบุว่าการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีของ STARK และบริษัทย่อยไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี และเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตและการตกแต่งงบการเงิน พฤติการณ์ตามข่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตราอื่น (มาตราชุดเต็มดูข้อมูลคู่ความ) · มาตรการทางปกครอง: ทั้งสองสำนักใช้ถ้อยคำว่าพิจารณาเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ส่วน THE STANDARD ระบุระยะเวลารับพิจารณาคำขอครั้งต่อไป 6 ปี นับแต่ 1 เม.ย. 2569 (วันเริ่มนับมาตรการ ไม่ใช่วันกล่าวโทษ) · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าวชิ้นแรก เพราะทีมงานยังยืนยันวันกล่าวโทษจากตัวข่าวไม่ได้ (6 ก.ค. 2566 ในเนื้อข่าวคือวันกล่าวโทษชุด 10 รายก่อนหน้า) · พาดหัวทั้งสองแรงกว่าเนื้อข่าว — สาระที่ยืนยันได้คือการกล่าวโทษ และ ก.ล.ต. ไม่มีอำนาจสั่งการ DSI

    2 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    กรุงเทพธุรกิจ (31 มี.ค. 2569) และ THE STANDARD (1 เม.ย. 2569) รายงานว่า ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีในตลาดทุนรายหนึ่ง สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด ต่อ DSI โดยระบุว่าการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีของ STARK และบริษัทย่อยไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี และเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตและการตกแต่งงบการเงิน พฤติการณ์ตามข่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตราอื่น (มาตราชุดเต็มดูข้อมูลคู่ความ) · มาตรการทางปกครอง: ทั้งสองสำนักใช้ถ้อยคำว่าพิจารณาเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ส่วน THE STANDARD ระบุระยะเวลารับพิจารณาคำขอครั้งต่อไป 6 ปี นับแต่ 1 เม.ย. 2569 (วันเริ่มนับมาตรการ ไม่ใช่วันกล่าวโทษ) · วันที่ผูกไว้คือวันเผยแพร่ข่าวชิ้นแรก เพราะทีมงานยังยืนยันวันกล่าวโทษจากตัวข่าวไม่ได้ (6 ก.ค. 2566 ในเนื้อข่าวคือวันกล่าวโทษชุด 10 รายก่อนหน้า) · พาดหัวทั้งสองแรงกว่าเนื้อข่าว — สาระที่ยืนยันได้คือการกล่าวโทษ และ ก.ล.ต. ไม่มีอำนาจสั่งการ DSI

  3. ศาลรับฟ้อง

    [คดีแพ่งแบบกลุ่ม – หุ้นสามัญ พ.1061/2567] ครบ 3 ปี — คำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจำเลย 5 รายยื่นอุทธรณ์คำสั่ง

    HOONSMART รายงานเมื่อครบ 3 ปีของคดี ถ่ายทอดความคืบหน้าจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยว่า หลังศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเมื่อ 18 ธ.ค. 2567 ระหว่างเดือน ม.ค.–มี.ค. 2568 จำเลยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา 5 ราย (จำเลยที่ 5, 7, 8, 9 และ 10 จากทั้งหมด 10 ราย) ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อศาลอุทธรณ์ ผู้ยื่นอุทธรณ์ที่ยืนยันได้จากข่าวมีเพียง 5 รายนี้ · ฝ่ายโจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ช่วงเดือน ก.ค. 2568 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ข่าวระบุด้วยว่าหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเป็นอย่างไรจะถือว่าเป็นที่สุดในประเด็นนี้ จากนั้นคดีจะเข้าสู่การพิจารณาในศาลชั้นต้นต่อไป · สอดคล้องกับกรุงเทพธุรกิจ 29 ต.ค. 2568 (แหล่งที่สอง) ซึ่งระบุว่าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เช่นกัน · สิ่งที่อยู่ที่ศาลอุทธรณ์คือการอุทธรณ์คำสั่งเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การอุทธรณ์คำพิพากษา และการยื่นอุทธรณ์เป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวหา · เนื้อหาหลักมาจากฝ่ายสนับสนุนโจทก์

    2 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    HOONSMART รายงานเมื่อครบ 3 ปีของคดี ถ่ายทอดความคืบหน้าจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยว่า หลังศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเมื่อ 18 ธ.ค. 2567 ระหว่างเดือน ม.ค.–มี.ค. 2568 จำเลยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา 5 ราย (จำเลยที่ 5, 7, 8, 9 และ 10 จากทั้งหมด 10 ราย) ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อศาลอุทธรณ์ ผู้ยื่นอุทธรณ์ที่ยืนยันได้จากข่าวมีเพียง 5 รายนี้ · ฝ่ายโจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ช่วงเดือน ก.ค. 2568 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ข่าวระบุด้วยว่าหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเป็นอย่างไรจะถือว่าเป็นที่สุดในประเด็นนี้ จากนั้นคดีจะเข้าสู่การพิจารณาในศาลชั้นต้นต่อไป · สอดคล้องกับกรุงเทพธุรกิจ 29 ต.ค. 2568 (แหล่งที่สอง) ซึ่งระบุว่าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เช่นกัน · สิ่งที่อยู่ที่ศาลอุทธรณ์คือการอุทธรณ์คำสั่งเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การอุทธรณ์คำพิพากษา และการยื่นอุทธรณ์เป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวหา · เนื้อหาหลักมาจากฝ่ายสนับสนุนโจทก์

ความเป็นมาของคดีกดเพื่ออ่าน

คดีหุ้น STARK เป็นคดีในตลาดทุนไทยที่มีจุดตั้งต้นปี 2566 เมื่อบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีปัญหาไม่ส่งงบการเงินไตรมาส 1/2566 ตามกำหนด จนนำไปสู่ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้และการตรวจพบประเด็นทุจริตภายในบริษัท ตามรายงานของ THE STANDARD เรื่องนี้ถูกดำเนินคดีหลายสำนวนขนานกันและแต่ละสำนวนอยู่คนละขั้น ได้แก่ สายคดีอาญา (ก.ล.ต. – DSI – พนักงานอัยการ – ศาลอาญา) สายคดีแพ่งแบบกลุ่ม 2 สำนวนที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ สำนวนล้มละลายที่ศาลล้มละลายกลาง และสายมาตรการกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

สายคดีอาญา — 12 ก.พ. 2567 ศาลประทับฟ้องจำเลยรายหนึ่งซึ่งข่าวระบุว่าเป็นอดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.441/2567 วันเดียวกันศาลสอบคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี จากนั้นศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว (ทีมงานยืนยันชื่อศาลจากข่าวชิ้นที่รายงานวันนั้นไม่ได้ ชื่อศาลอาญาอ้างจากรายงานของ HOONSMART ซึ่งระบุว่าคดี อ.441/2567 อยู่ที่ศาลอาญา) · 10 มิ.ย. 2567 ศาลอาญารวมคดี อ.433/2567 และ อ.441/2567 เข้ากับคดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567 เป็นสำนวนหลัก และอนุญาตให้ บลจ. 7 แห่งเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการใน 8 ฐานความผิด นัดสืบพยานครั้งแรก 14 ม.ค. 2568 · 24 มิ.ย. 2567 พนักงานอัยการยื่นฟ้องอดีตกรรมการอีกรายต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1931/2567 · 10 ก.ค. 2567 กระทรวงยุติธรรม DSI และ ปปง. แถลงว่าในคดีพิเศษที่ 57/2566 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องรวม 11 ราย (บุคคลธรรมดา 6 ราย นิติบุคคล 5 แห่ง) ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาครบแล้ว ความเสียหายรวม 14,778 ล้านบาท ยึด/อายัดทรัพย์สินแล้วประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท · สถานะล่าสุดที่ยืนยันได้: กรุงเทพธุรกิจ (เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568) ระบุว่าคดีของศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบพยาน และกรุงเทพธุรกิจ (เผยแพร่ 19 ม.ค. 2569) รายงานคำสัมภาษณ์ฝ่ายอัยการว่าคดีเข้าสู่ชั้นสืบพยานแล้ว ต้องพิจารณาขยายวันนัดเพราะพยานเอกสารมีจำนวนมาก และลำดับถัดไปคือศาลพิจารณาและมีคำพิพากษา — ยืนยันว่า ณ ม.ค. 2569 ยังไม่มีคำพิพากษา · นอกจากนี้ DSI ยังมีคดีพิเศษที่ 32/2567 (ฟอกเงิน กรณีโอน/รับโอนทรัพย์สิน) แยกอีกสำนวน ซึ่งข้อมูลที่เปิดอ่านได้ของหน้านี้หยุดที่การออกหมายเรียกผู้ต้องหา 5 ราย ตามข่าวที่เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567

สายคดีแพ่งแบบกลุ่ม — คดีผู้ถือหุ้นกู้: 21 มี.ค. 2567 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีหมายเลขดำที่ พ.1527/2566 (ผู้เสียหายกว่า 4,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 9 พันล้านบาท จากหุ้นกู้ 5 ชุด ฟ้องผู้บริหาร 5 ราย) หลังจากนั้นทีมงานยังหาข่าวความคืบหน้าที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ · คดีผู้ถือหุ้นสามัญ: 6 มิ.ย. 2567 โจทก์ตัวแทนผู้เสียหายยื่นฟ้อง STARK บริษัทในเครือ และกรรมการที่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีส่วนร่วมกระทำผิด รวม 10 ราย เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 · 18 ธ.ค. 2567 ศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม เป็นคดีแบบกลุ่มหลักทรัพย์ประเภทหุ้นสามัญคดีแรกของไทย · ต่อมาช่วง ม.ค.–มี.ค. 2568 จำเลยบุคคลธรรมดา 5 ราย (ที่ 5, 7, 8, 9 และ 10) ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ฝ่ายโจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ช่วง ก.ค. 2568 ปัจจุบันประเด็นนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ (ยืนยันจากทั้ง HOONSMART 26 มิ.ย. 2569 และกรุงเทพธุรกิจ 29 ต.ค. 2568) — เป็นการอุทธรณ์คำสั่งเรื่องรูปแบบการดำเนินคดี ไม่ใช่การอุทธรณ์คำพิพากษา

สำนวนล้มละลาย — กรุงเทพธุรกิจ (เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568) รายงานว่าบุคคลรายหนึ่งซึ่งเป็นจำเลยรายหนึ่งในคดี พ.1061/2567 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล.9679/2567 มีเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 3,417 ราย รวมยอดหนี้ทั้งหมด 131,482,505,107.93 บาท ลูกหนี้ไม่ประสงค์ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงเตรียมเสนอศาลให้มีคำพิพากษาให้ล้มละลายต่อไป — ยอดหนี้เป็นยอดที่เจ้าหนี้ยื่นเข้ามา ยังไม่ใช่ยอดที่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วินิจฉัยแล้ว

สายกำกับดูแล — ตามข่าวที่เผยแพร่ 18 ก.ย. 2567 ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการ-ผู้บริหารรวม 5 ราย ต่อ DSI ฐานเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ และตามข่าวที่เผยแพร่ 31 มี.ค. และ 1 เม.ย. 2569 ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีในตลาดทุนรายหนึ่ง สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด ต่อ DSI โดยระบุว่าการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีของ STARK และบริษัทย่อยไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี และเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตและการตกแต่งงบการเงิน พร้อมมาตรการทางปกครองเรื่องความเห็นชอบการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน 6 ปี นับแต่ 1 เม.ย. 2569 — ทั้งสองกรณีทีมงานยังยืนยันวันที่กล่าวโทษจากตัวข่าวไม่ได้จึงระบุตามวันเผยแพร่

ข้อควรระวังในการอ่าน — หน้านี้ไม่ได้ชี้ว่าใครผิด การถูกกล่าวโทษ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องเป็นจำเลย ไม่เท่ากับการถูกพิพากษาว่ากระทำผิด ทุกฝ่ายยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีถึงที่สุด และจากข่าวที่ทีมงานตรวจสอบได้ยังไม่มีคดีใดถึงที่สุด หน้านี้จึงไม่ระบุชื่อ-สกุลผู้ต้องหา/จำเลย และปิดชื่อในพาดหัวข่าวที่อ้างอิงด้วย […] ส่วนชื่อบริษัทและหน่วยงานระบุได้ตามปกติ

เจอข้อมูลผิด หรือคุณคือผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในคดีนี้

แจ้งข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ขอเพิ่มคำชี้แจงของฝ่ายคุณ หรือขอให้ปิดบังชื่อได้ · เราตอบกลับภายใน 7 วัน และดำเนินการภายใน 30 วัน

เขียนอีเมลถึงทีมงาน

หน้านี้บันทึกความคืบหน้าของกระบวนการตามที่สื่อรายงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิด · ดูวิธีทำงานของเรา

เห็นคดีอื่นที่ควรอยู่ในระบบไหม เสนอคดีให้เราพิจารณาได้