ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อยู่ระหว่างสอบสวน

คดีผู้สมัคร สว. ขาดคุณสมบัติ 1,767 ราย

วันที่เกิดเหตุ
19 พฤษภาคม 2569
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี
27 สิงหาคม 2569(1 เดือนที่แล้ว)
ทีมงานตรวจสอบล่าสุด
1 กันยายน 2569
เหตุการณ์ในไทม์ไลน์
3 รายการ
แหล่งข้อมูล
5 ข่าว(อ้างอิง 11 ครั้ง)

ความคืบหน้าของกระบวนการ

ตอนนี้อยู่ขั้น ชั้นตำรวจ (ขั้นที่ 2 จาก 6)

“อยู่ระหว่างสอบสวน” คืออะไร — พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน

แถบด้านบนบอกว่าคดีเดินมาถึงขั้นไหนของกระบวนการ ไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก · คำตัดสินเป็นหน้าที่ของศาล

สรุปคดี

เกิดอะไรขึ้น

กกต. มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. 1,767 ราย กรณีอาจขาดคุณสมบัติ ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลใด และยังไม่มีคำพิพากษา ทุกรายยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย ตัวเลขนี้มาจากมติ กกต. 2 ครั้ง เมื่อ 19 พฤษภาคม และ 4 มิถุนายน 2569 ฐานความผิดตามมาตรา 74 พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงาน กกต. ยังไม่มีการพิจารณาของศาลชั้นใด ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา และไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรายบุคคล

ตอนนี้อยู่ขั้นไหน
อยู่ระหว่างสอบสวน
ความคืบหน้าล่าสุด
สำนักงาน กกต. เปิดเผยตัวเลข 1,767 ราย และส่งเรื่องให้สำนักงาน กกต. จังหวัดดำเนินการ27 สิงหาคม 2569 (1 เดือนที่แล้ว)
ขั้นตอนต่อไป

สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ยังไม่มีกำหนดวัน

รายงานข่าววันที่ 27 ส.ค. 2569 ระบุตรงกันว่าสำนักงาน กกต. ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดี ก่อนส่งต่อให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทีมงานยังหาข่าวที่ระบุว่ามีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้วมายืนยันไม่ได้ และยังไม่มีข่าวที่ระบุกรอบเวลาของขั้นตอนนี้

ที่มาของข้อมูลนี้ ↗

เหตุการณ์ล่าสุดของคดี: 27 สิงหาคม 2569ทีมงานตรวจข้อมูลล่าสุด: 1 กันยายน 2569

ไทม์ไลน์คดี

3 เหตุการณ์

พ.ศ. 2569

  1. อยู่ระหว่างสอบสวน

    กกต. มีมติครั้งที่ 46/2569 เห็นว่าผู้สมัคร สว. 1,605 ราย เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ

    ข่าวที่เผยแพร่เมื่อ 27 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 1,605 คน ที่ตรวจพบจากข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครว่าอาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังยื่นสมัครรับเลือก ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ขั้นตอนนี้เป็นมติของหน่วยงานจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผู้ที่ถูกระบุถึงยังมีสถานะเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลใด ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา และไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้สมัครรายบุคคล

    3 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ข่าวที่เผยแพร่เมื่อ 27 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 1,605 คน ที่ตรวจพบจากข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครว่าอาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังยื่นสมัครรับเลือก ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

    ขั้นตอนนี้เป็นมติของหน่วยงานจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผู้ที่ถูกระบุถึงยังมีสถานะเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลใด

    ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา และไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้สมัครรายบุคคล

  2. อยู่ระหว่างสอบสวน

    กกต. มีมติครั้งที่ 51/2569 เพิ่มอีก 162 ราย รวมเป็น 1,767 ราย

    ข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีมติเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาอีก 162 คน ในลักษณะเดียวกัน ทำให้จำนวนรวมของทั้งสองมติอยู่ที่ 1,767 ราย ตัวเลข 1,767 รายนี้จึงเป็นยอดรวมจากการประชุมสองครั้ง ไม่ใช่ตัวเลขจากคำวินิจฉัยของศาล ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา

    3 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    ข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีมติเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาอีก 162 คน ในลักษณะเดียวกัน ทำให้จำนวนรวมของทั้งสองมติอยู่ที่ 1,767 ราย

    ตัวเลข 1,767 รายนี้จึงเป็นยอดรวมจากการประชุมสองครั้ง ไม่ใช่ตัวเลขจากคำวินิจฉัยของศาล

    ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา

  3. อยู่ระหว่างสอบสวนสถานะล่าสุด

    สำนักงาน กกต. เปิดเผยตัวเลข 1,767 ราย และส่งเรื่องให้สำนักงาน กกต. จังหวัดดำเนินการ

    วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับมติทั้งสองครั้ง โดยระบุว่าได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ข่าวระบุอัตราโทษตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไว้ว่า จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่โทษที่ศาลใดได้ตัดสินแล้ว ข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ระบุว่ามีการยื่นฟ้องต่อศาลใดแล้วหรือไม่ ข้อสังเกตคือพาดหัวของกรุงเทพธุรกิจใช้ถ้อยคำว่า "ส่งศาลชี้ขาด" ขณะที่เนื้อข่าวของทั้งสามสำนักระบุขั้นตอนล่าสุดตรงกันว่าเป็นการส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดี ก่อนส่งต่อสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ยังไม่ปรากฏการยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นหรือศาลใด ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา โดยรายงานทั้งสามสำนักเป็นการเผยแพร่ข้อมูลจากสำนักงาน กกต. ไม่มีการให้สัมภาษณ์ของผู้สมัครหรือตัวแทน

    5 แหล่ง · ดูรายละเอียด

    วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับมติทั้งสองครั้ง โดยระบุว่าได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ข่าวระบุอัตราโทษตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไว้ว่า จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่โทษที่ศาลใดได้ตัดสินแล้ว

    ข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ระบุว่ามีการยื่นฟ้องต่อศาลใดแล้วหรือไม่ ข้อสังเกตคือพาดหัวของกรุงเทพธุรกิจใช้ถ้อยคำว่า "ส่งศาลชี้ขาด" ขณะที่เนื้อข่าวของทั้งสามสำนักระบุขั้นตอนล่าสุดตรงกันว่าเป็นการส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดี ก่อนส่งต่อสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ยังไม่ปรากฏการยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นหรือศาลใด

    ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา โดยรายงานทั้งสามสำนักเป็นการเผยแพร่ข้อมูลจากสำนักงาน กกต. ไม่มีการให้สัมภาษณ์ของผู้สมัครหรือตัวแทน

    แหล่งข้อมูล (5)· เปิดลิงก์ตรวจแล้วทุกแหล่ง

ความเป็นมาของคดีกดเพื่ออ่าน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติในการประชุม 2 ครั้ง ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งสิ้น 1,767 ราย จากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือก แล้วพบว่าอาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยังยื่นสมัครรับเลือก

ตัวเลข 1,767 รายมาจากมติสองครั้ง คือ การประชุมครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จำนวน 1,605 คน และการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 อีก 162 คน

ฐานความผิดที่ระบุในข่าวคือ มาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขอย้ำว่านี่คืออัตราโทษที่กฎหมายเขียนไว้ ไม่ใช่โทษที่ศาลใดได้พิพากษาแล้ว

สำหรับขั้นตอนล่าสุด ข่าวระบุตรงกันว่าสำนักงาน กกต. ได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ยืนยันว่ามีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลใดแล้ว ดังนั้นในขณะนี้จึงยังไม่มีผู้ใดมีสถานะเป็นจำเลย ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา และคดียังไม่ถึงที่สุด

ข้อควรระวังที่สำคัญ เรื่องนี้เป็นประเด็นเรื่อง "คุณสมบัติของผู้สมัคร" ตามกฎหมายเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนละสำนวนและคนละข้อกล่าวหากับคดีอื่นเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ กกต. พิจารณาอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน การที่ผู้สมัครรายใดอยู่ในกลุ่ม 1,767 รายนี้ ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับคดีอื่นแต่อย่างใด

ข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา รายงานของทั้งสามสำนักข่าวเป็นการเผยแพร่ข้อมูลจากสำนักงาน กกต. เป็นหลัก ไม่ปรากฏการให้สัมภาษณ์หรือคำปฏิเสธของผู้สมัครหรือตัวแทน และไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้สมัครรายบุคคล

เจอข้อมูลผิด หรือคุณคือผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในคดีนี้

แจ้งข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ขอเพิ่มคำชี้แจงของฝ่ายคุณ หรือขอให้ปิดบังชื่อได้ · เราตอบกลับภายใน 7 วัน และดำเนินการภายใน 30 วัน

เขียนอีเมลถึงทีมงาน

หน้านี้บันทึกความคืบหน้าของกระบวนการตามที่สื่อรายงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิด · ดูวิธีทำงานของเรา

เห็นคดีอื่นที่ควรอยู่ในระบบไหม เสนอคดีให้เราพิจารณาได้