ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ตามคดี
อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

คดีบาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 (ศาลรัฐธรรมนูญ)

ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 จากคำร้องของประชาชนรวม 22 ฉบับ ที่ตั้งข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 8 ก.พ. 2569 อาจสืบทราบตัวผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนนได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อ 18 มี.ค. 2569 โดย Nation Thailand รายงานว่าศาลจะวินิจฉัยทั้งว่ากระบวนการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผลการเลือกตั้งควรถูกทำให้เป็นโมฆะหรือไม่ ศาลไต่สวนพยาน 5 ปากเมื่อ 26 ส.ค. 2569 โดยงดถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงตามคำร้องขอของประธาน กกต. และบริษัทผู้พิมพ์บัตร แล้วนัดวินิจฉัยวันที่ 28 ก.ย. 2569 — เป็นคดีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คดีอาญา และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาล

วันที่เกิดเหตุ
8 กุมภาพันธ์ 2569
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี
26 สิงหาคม 2569(เมื่อวาน)
ทีมงานตรวจสอบล่าสุด
26 สิงหาคม 2569
เหตุการณ์ในไทม์ไลน์
8 รายการ
แหล่งข้อมูล
8 ข่าว(อ้างอิง 12 ครั้ง)

ความคืบหน้าของกระบวนการ

  1. เหตุการณ์

  2. ชั้นตำรวจ

  3. ชั้นอัยการ

  4. ชั้นศาล

    อยู่ขั้นนี้

  5. อุทธรณ์ / ฎีกา

  6. สิ้นสุด

ไทม์ไลน์คดี

8 เหตุการณ์
  1. เหตุการณ์เกิดขึ้น

    เลือกตั้ง ส.ส. ทั่วไป โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด

    มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยบัตรเลือกตั้งที่ใช้มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งต่อมากลายเป็นประเด็นข้อสงสัยว่าอาจสืบทราบตัวตนของผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนนได้ อันจะขัดกับหลักการออกเสียงโดยลับ

    แหล่งข้อมูล (2)

  2. เหตุการณ์เกิดขึ้น

    กกต. ชี้แจง ยืนยันบาร์โค้ดไม่กระทบความลับการลงคะแนน

    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจงว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการทุจริตและปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ไม่กระทบต่อความเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาบัตรในคูหาและหย่อนบัตรด้วยตนเอง และยืนยันว่าไม่มีผู้ใดสามารถสืบย้อนหรือตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร พร้อมเตือนว่าผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อบิดเบือนหรือทำให้สาธารณะเข้าใจผิดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง อาจมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    แหล่งข้อมูล (1)

  3. นิด้าโพลเผยผลสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่อยากรอคำวินิจฉัยศาลก่อนตั้งรัฐบาล

    ผลสำรวจนิด้าโพลที่เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 2–4 มีนาคม 2569 และเผยแพร่เมื่อ 8 มีนาคม 2569 พบว่า 44.81% เห็นว่าไม่ควรเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ ควรรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน ขณะที่ 41.68% เห็นว่าควรตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และ 13.20% ไม่มีความเห็น ส่วนความกังวลเรื่องความลับของบัตรเลือกตั้ง 47.64% ระบุว่าไม่กังวลเลย 14.27% ไม่ค่อยกังวล 19.08% ค่อนข้างกังวล และ 18.55% กังวลมาก สะท้อนว่าประเด็นนี้อยู่ในความสนใจของสังคมก่อนศาลจะรับคำร้อง

    แหล่งข้อมูล (1)

  4. ศาลรับคำร้องไว้พิจารณา

    ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณา รวมประเด็นความสมบูรณ์ของการเลือกตั้ง

    ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยเห็นว่าคำร้องยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินโดยถูกต้องและเข้าเงื่อนไขที่ศาลจะรับไว้พิจารณาได้ คดีมีที่มาจากคำร้องของประชาชนรวม 22 ฉบับที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องเห็นว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจกระทบสิทธิและเสรีภาพ เพราะอาจสืบย้อนบัตรไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดกับหลักการลงคะแนนโดยลับ Nation Thailand รายงานว่าศาลจะพิจารณาต่อไปว่ากระบวนการเลือกตั้งขัดต่อข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผลการเลือกตั้งควรถูกทำให้เป็นโมฆะหรือไม่ โดยอ้างถึงความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 ของการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

    แหล่งข้อมูล (2)

  5. อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

    ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันไต่สวนพยานเป็นวันที่ 26 ส.ค. 2569

    ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการไต่สวนพยานในคดีนี้ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569

    แหล่งข้อมูล (1)

  6. อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

    รายงานข่าวนัดไต่สวน 26 ส.ค. พร้อมคำสั่งงดถ่ายทอดสดภาพและเสียง

    มีรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. และมีคำสั่งงดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงในการไต่สวน พยานที่จะไต่สวนมี 5 ปาก ได้แก่ นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ (นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักงาน กกต.) นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ (ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.) นายภาคภูมิ ภูอุดม (กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี) นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง (กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้) และนายแสวง บุญมี (เลขาธิการ กกต.) โดยผู้ร้องคือผู้ตรวจการแผ่นดิน คดีมีคำร้องรวม 22 ฉบับ และอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

    แหล่งข้อมูล (1)

  7. อยู่ระหว่างพิจารณาคดี

    ศาลสั่งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

    ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลการกำหนดรูปแบบและการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (บาร์โค้ด) และรหัสคิวอาร์เพิ่มเติม เพื่อเสนอต่อศาลประกอบการไต่สวนพยาน ประเด็นแห่งคดีคือผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลพิจารณาว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับหรือไม่

    แหล่งข้อมูล (1)

  8. อยู่ระหว่างพิจารณาคดีสถานะล่าสุด

    ไต่สวนพยาน 5 ปาก งดถ่ายทอดสดตามคำร้องขอของประธาน กกต. และบริษัทผู้พิมพ์บัตร นัดวินิจฉัย 28 ก.ย. 2569

    ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน 5 ปากในเวลา 10.30 น. แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยศาลสั่งงดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงตามคำร้องขอของประธาน กกต. และบริษัทผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ให้เหตุผลว่าการเปิดเผยต่อสาธารณะอาจกระทบมาตรการความปลอดภัยในการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ทำให้ประสิทธิภาพของมาตรการลดลง และกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ศาลยังกำชับผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลจากการไต่สวนต่อบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด พยานประกอบด้วยนางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ (นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต.) นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ (ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.) นายภาคภูมิ ภูอุดม (กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)) นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง (กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด) และนายแสวง บุญมี (เลขาธิการ กกต.) โดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เข้าร่วมสังเกตการณ์ คำร้องอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 4, 25, 32, 34, 50 (7), 83, 85, 95 และ 224 เมื่อไต่สวนแล้ว Nation Thailand รายงานว่าศาลนัดวินิจฉัยคดีในวันที่ 28 กันยายน 2569

    แหล่งข้อมูล (3)

ความเป็นมาของคดีกดเพื่ออ่าน

เป็นคดีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คดีอาญา ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใด และ ณ วันที่เรียบเรียง (26 ส.ค. 2569) ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัย

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งอาจเปิดช่องให้สืบย้อนได้ว่าผู้ลงคะแนนคนใดลงคะแนนอย่างไร ซึ่งจะขัดกับหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ารหัสดังกล่าวเป็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการทุจริตและการปลอมแปลงบัตร ไม่กระทบต่อความเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีผู้ใดสามารถสืบย้อนหรือตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร พร้อมเตือนว่าผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ประชาชนยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินรวม 22 ฉบับ และผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยอ้างบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องหลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 4, 25, 32, 34, 50 (7), 83, 85, 95 และ 224 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อ 18 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ Nation Thailand รายงานว่าเดิมพันของคดีไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความลับของบัตรเท่านั้น แต่ศาลจะพิจารณาด้วยว่ากระบวนการเลือกตั้งเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผลการเลือกตั้งควรถูกทำให้เป็นโมฆะหรือไม่ ระหว่างนั้นผลสำรวจนิด้าโพลที่เผยแพร่เมื่อ 8 มีนาคม 2569 สะท้อนว่าประชาชน 44.81% เห็นว่าไม่ควรรีบตั้งรัฐบาลใหม่ ควรรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน ขณะที่ 41.68% เห็นว่าควรตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

ในชั้นไต่สวน ศาลกำหนดวันไต่สวนพยานตั้งแต่ 9 กรกฎาคม 2569 และเมื่อ 19 สิงหาคม 2569 สั่งให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลการกำหนดรูปแบบและการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้รหัสแท่งและรหัสคิวอาร์เพิ่มเติมประกอบการไต่สวน วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ศาลไต่สวนพยาน 5 ปาก ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. 2 คน เลขาธิการ กกต. และกรรมการของบริษัทผู้จัดพิมพ์บัตร 2 แห่ง คือ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด โดยศาลสั่งงดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงตามคำร้องขอของประธาน กกต. และบริษัทผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ให้เหตุผลว่าการเปิดเผยต่อสาธารณะอาจกระทบมาตรการความปลอดภัยในการจัดทำบัตรเลือกตั้ง และกำชับผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลจากการไต่สวนต่อบุคคลภายนอก เมื่อไต่สวนเสร็จ ศาลนัดวินิจฉัยคดีในวันที่ 28 กันยายน 2569

ถ้าคุณคือผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในคดีนี้

คุณขอให้แก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ขอเพิ่มคำชี้แจงของฝ่ายคุณลงในหน้านี้ หรือขอให้ปิดบังชื่อได้ เราจะตอบกลับภายใน 7 วัน และดำเนินการภายใน 30 วัน

ส่งเรื่องถึงทีมงาน

หน้านี้บันทึกความคืบหน้าของกระบวนการตามที่สื่อรายงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิด · ดูวิธีทำงานของเรา